ยาคุมฉุกเฉินคืออะไร?

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินคืออะไร?

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินคืออะไร?

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน (emergency contraceptive pills, morning-after pills) เป็นยาเม็ดฮอร์โมนขนาดสูงที่รับประทานหลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดโอกาสที่จะตั้งครรภ์หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน เช่น การถูกล่วงละเมิดทางเพศ การคุมกำเนิดด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง การคุมกำเนิดล้มเหลว เช่น ถุงยางอนามัยรั่วหรือฉีกขาด เป็นต้น

รูปภาพ : https://www.telegraph.co.uk/news/health/news/8937717/Morning-after-pill-campaign-vulgar.html

 

ยานี้ใช้อย่างไร?

  • ชื่อการค้าที่มีขายในประเทศไทย เช่น Postinor®, Madonna®เป็นต้น ในหนึ่งกล่องจะมี 2 เม็ด แต่ละเม็ดประกอบด้วยตัวยาที่เป็นฮอร์โมนขนาดสูง คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (levonorgestrel) เม็ดละ750 ไมโครกรัม
  • การรับประทานยาที่ถูกต้องคือ รับประทานยาเม็ดแรกให้เร็วที่สุด โดยไม่เกิน72 ชั่วโมง หลังมีเพศสัมพันธ์ และรับประทานยาเม็ดที่สองหลังจากรับประทานยาเม็ดแรกไม่เกิน12 ชั่วโมง
  • หากมีการอาเจียนภายใน2 ชั่วโมงหลังรับประทานยาแต่ละเม็ดต้องรับประทานยาใหม่
  • สามารถรับประทานยาคุมฉุกเฉิน2 เม็ดพร้อมกันในครั้งเดียว (ในหลายประเทศมีรูปแบบเม็ดเดียว 5 มิลลิกรัม) ไม่เกิน 72 ชั่วโมง หลังมีเพศสัมพันธ์ โดยที่ประสิทธิภาพและความปลอดภัยไม่แตกต่างจากการแบ่งรับประทานเป็น2 ครั้ง แต่อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก (สามารถรับประทานภายใน 120ชม. แต่ประสิทธิภาพจะลดลง)

 

ยานี้ทำงานอย่างไร?

ตัวอสุจิสามารถรอดอยู่ได้ในทางเดินระบบสืบพันธุ์ผู้หญิงนานสุดถึง5 วันหลังการมีเพศสัมพันธ์ หากไข่ตกภายในช่วง5 วันนี้สามารถเกิดการปฏิสนธิ(fertilization) และอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ดังนั้นการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิหรือไม่ให้เกิดการฝังตัวโดยมีกลไกที่สำคัญคือ

  • รบกวนหรือชะลอการตกไข่
  • รบกวนการเคลื่อนที่ของอสุจิที่จะเข้าไปผสมกับไข่
  • เปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อทำให้ยากแก่การฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว

เนื่องจากยาออกฤทธิ์ป้องกันไม่ให้ไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้วฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้นหากมีการฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิที่ผนังมดลูกไปแล้วค่อยรับประทานยา ยาที่รับประทานเข้าไปก็จะไม่สามารถเข้าไปป้องกันการตั้งครรภ์และไม่สามารถทำให้เกิดการแท้งได้

 

“การรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจึงไม่ได้หมายความว่าจะไม่ตั้งครรภ์เพียงแต่ลดโอกาสตั้งครรภ์ลงจากเดิม

รูปภาพ : https://www.facebook.com/pg/1663telephonecsg/photos/?tab=album&album_id=1524460497781212

 

มีประสิทธิภาพอย่างไร?

  • หากเริ่มยาเม็ดแรกภายใน24 ชั่วโมงหลังการมีเพศสัมพันธ์ดังกล่าวตามด้วยยาเม็ดที่สองจะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้95%
  • หากเริ่มยาเม็ดแรกภายใน24-48 ชั่วโมงหลังการมีเพศสัมพันธ์จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์เป็น85%
  • หากเริ่มยาเม็ดแรกภายใน48-72 ชั่วโมงหลังการมีเพศสัมพันธ์จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์เป็น58%

ดังนั้นจึงควรรับประทานยาเม็ดแรกหลังการมีเพศสัมพันธ์ให้เร็วที่สุด และมีผลการศึกษา meta-analysisพบอัตราล้มเหลว (เกิดการตั้งครรภ์) 1.2 - 2.1%

 

มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

อาการข้างเคียงที่พบได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เจ็บคัดเต้านม และเลือดออกผิดปกติในรอบเดือนที่รับประทานยาแต่หากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติที่รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดตั้งครรภ์นอกมดลูกถึง2%

 

เมื่อไรประจำเดือนครั้งถัดไปจะมา?

สตรีส่วนมากประจำเดือนจะมาตามกำหนดในบางรายอาจพบประจำเดือนรอบต่อไปมาช้าหรือเร็วกว่าปกติได้

 

หากประจำเดือนมาช้าจะทำอย่างไร?

หากประจำเดือนท่านมาช้าเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์ ท่านควรตรวจเช็คการตั้งครรภ์ หรือปรึกษาแพทย์

รูปภาพ : https://www.facebook.com/pg/1663telephonecsg/photos/?tab=album&album_id=1524460497781212

 

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉิน!

  • ยาคุมฉุกเฉินไม่ควรใช้ระยะยาวเนื่องจากมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ต่ำกว่ายาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานสม่ำเสมอ อีกทั้งยาคุมกำเนิดฉุกเฉินมีปริมาณยาสูงหากรับประทานยาซ้ำหลายครั้งจะเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้มาก
  • ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินไม่ใช่ยาทำแท้งไม่อาจยุติการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ยาคุมฉุกเฉินสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้เท่านั้น นั่นคือต้องได้ยาเข้าไปในร่างกายก่อนที่จะมีการฝังตัวของไข่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก แต่หากไข่ที่ผสมกับอสุจิได้ฝังตัวที่ผนังมดลูกไปแล้ว ยานี้จึงไม่มีผลทำให้เกิดการแท้ง
  • ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้แต่การใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่สามารถคุมกำเนิด และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
  • ไม่มีหลักฐานว่ายานี้ทำให้เกิดทารกพิการ(teratogenesis)ในกรณีที่การใช้ยาล้มเหลวแล้วเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นหรือมารดาที่รับประทานยาโดยไม่ทราบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ

 

จะหาซื้อยาคุมกำเนิดฉุกเฉินได้ที่ไหน?

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินสามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ราคาจะอยู่ประมาณ50-60 บาท เภสัชกรอาจถามคำถามท่านบ้าง เพื่อมั่นใจว่าท่านสามารถใช้ยานี้ได้อย่างปลอดภัย และควรระลึกอยู่เสมอว่าคำว่า “ฉุกเฉิน”คือ จะใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น

 

จะเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานสม่ำเสมอได้เมื่อไร?

ภายหลังจากรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินชนิดlevonorgestrelสามารถเริ่มยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานสม่ำเสมอต่อไปได้ทันที และช่วงรอให้ยาออกฤทธิ์ราว1 สัปดาห์นั้นให้งดการมีเพศสัมพันธ์หรืออาจใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วยไปก่อน เช่น ถุงยางอนามัย

รูปภาพ : https://www.facebook.com/pg/1663telephonecsg/photos/?tab=album&album_id=1524460497781212

 

หากท้องไม่พร้อม จัดการอย่างไรให้ปลอดภัย?

สายด่วนท้องไม่พร้อม เบอร์ 1663 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 21.00 น. ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

สรุป

ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาที่ผลิตคิดค้นออกมาเพื่อใช้เฉพาะในเหตุการณ์ฉุกเฉินและจำเป็นเท่านั้น โดยผู้ที่มีการวางแผนที่จะมีเพศสัมพันธ์และยังไม่ต้องการมีบุตร สามารถเลือกใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อผู้ใช้มากกว่า เช่น การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบที่รับประทานติดต่อกันทุกวัน การใช้ถุงยางอนามัย การใส่ห่วงอนามัย การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ และยาฉีดคุมกำเนิดเป็นต้น

 

อ้างอิง

  1. นงลักษณ์ สุขวาณิชย์ศิลป์.ความรู้ทั่วไปเรื่องยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน [อินเตอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 9 ก.ค.2561].เข้าถึงได้จากhttp://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/419/ยาคุมฉุกเฉิน/
  2. พิชญา ดิลกพัฒนมงคล. ยาคุมฉุกเฉิน...เรื่องจริงที่ผู้หญิงต้องรู้[อินเตอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถึงเมื่อ 9 ก.ค.2561].เข้าถึงได้จากhttp://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/54/ยาคุมฉุกเฉิน...เรื่องจริงที่ผู้หญิงต้องรู้
  3. Task Force on Postovulatory Regulation, Randomised controlled trial of levonorgestrel versus the Yuzpe regimen of combined oral contraceptives for emergency contraception. Lancet 352, 428 (1998). [PubMed]
  4. ZhangJ, LiC, ZhaoW, XiX, CaoS,PingH,et al .Association between levonorgestrel emergency contraception and the risk of ectopic pregnancy: a multicenter case-control study. Sci Rep. 2015; 5: 8487.[PubMed]
  5. WHO. Emergency contraception, Fact sheet [internet]. 2018[cited 2018 Jul 9]. Available from: http://www.who.int/en/news-room/fact-sheets/detail/emergency-contraception